แม้จะเคยยืนอยู่ในจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลก แต่ 4 ปีที่ผ่านมากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับ กาเซมีโร่ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้แค่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกตอนวัย 30 แต่ยังต้องต่อสู้กับภาพจำที่เคยเป็น “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” ร่วมกับ โมดริช และ โครส ที่เรอัล มาดริด
การมาของเขาถูกคาดหวังว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ยูไนเต็ดขาดหายไปนาน — และเขาก็เริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบในฤดูกาล 2022-23
แต่ฟุตบอลไม่เคยยืนอยู่กับที่…

จุดเริ่มต้นที่งดงามในปีแรก: เสาหลักที่ขาดหายของยูไนเต็ด
ช่วงแรกของกาเซมีโร่ในเสื้อยูไนเต็ดคือ “นิยามของกองกลางที่ครบเครื่อง”
- ดักเกมได้
- เปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุก
- เติมเกมยิงประตูสำคัญ
- เพิ่มความนิ่งในแดนกลาง
เขาคือพี่ใหญ่ที่ทุกคนมองหา ผลงานในสนามพูดแทนทุกอย่าง และทำให้แฟนบอลเชื่อว่า ยูไนเต็ด ได้ของดีสมราคา แม้ค่าตัวรวมสัญญาจะสูงถึง 119 ล้านปอนด์
ภายใต้การนำของ เทน ฮาก ในฤดูกาลแรก กาเซมีโร่ช่วยทีมคว้าแชมป์คาราบาว คัพ และกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ
บทวิเคราะห์จาก UFA777 เว็บแทงบอล ชี้ว่า ความสมดุลในแผงมิดฟิลด์ของยูไนเต็ดเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อมี “นักเชื่อมกลาง” ที่ไว้วางใจได้แบบกาเซมีโร่
ฤดูกาลที่สอง: เมื่อคลาสอย่างเดียวไม่พอ
แต่ฟุตบอลอังกฤษคือสมรภูมิที่ไม่หยุดพัก ฤดูกาลถัดมา (2023-24) กลับกลายเป็นปีที่กาเซมีโร่โดนโจมตีหนักที่สุด
เกมพ่ายคริสตัล พาเลซ 0-4 และแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน 0-3 กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางภาพจำของเขา นักวิจารณ์อย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ ถึงกับบอกว่า
“กาเซมีโร่ควรบอกลาฟุตบอล ก่อนที่ฟุตบอลจะบอกลาเขา”
เขาถูกมองว่าไม่ทันเกม วิ่งไม่ทันนักเตะวัยหนุ่ม และเป็นภาระในระบบที่เน้นเพรสซิ่ง
สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ: เทน ฮาก ดันระบบที่ไม่เอื้อต่อสไตล์ของเขา
กองกลางดันสูง กองหน้าเพรสเร็ว แต่แนวรับไม่ขยับตาม ทำให้เขาต้องไล่ไกลอย่างโดดเดี่ยว และตกเป็นแพะบ่อยครั้ง
นักวิเคราะห์จาก UFA777 สรุปว่า “เมื่อระบบไม่รองรับ กาเซมีโร่จึงไม่เหลือพื้นที่ให้ใช้คลาสของตัวเอง”
โมเมนต์คืนชีพ: เมื่อมืออาชีพไม่ยอมปล่อยมือ
หลังจากหลายคนคิดว่าเส้นทางของเขากับยูไนเต็ดจบลงแล้ว เขากลับมาพร้อมความนิ่งและทัศนคติระดับแชมเปี้ยน
แม้จะเป็นตัวเลือกลำดับท้ายในยุคของ รูเบน อโมริม กาเซมีโร่เลือกจะ “พูดคุยก่อนลา” เขายอมรับข้อจำกัดทางร่างกาย แต่เสนอว่าจะปรับตัวตามความต้องการของโค้ช
เขาไม่ย้ายไปซาอุฯ ไม่รอหมดสัญญา แต่เลือกจะ ซ้อมให้หนักกว่าเดิม
และท้ายที่สุด อโมริมก็ยอมให้เขากลับมาเป็นตัวจริงในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น
อโมริมยอมรับว่า “เขาอาจไม่เร็วเหมือนคนอื่น แต่ไม่มีใครอ่านเกมได้เท่าเขา และไม่มีใครมีอิทธิพลต่อทีมเท่าเขา”
บทบาทของกาเซมีโร่ในฤดูกาล 2025-26
ถึงจะวัย 33 ปี แต่เขายังเป็นหัวใจแดนกลางในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ และมีผลต่อฟอร์มของทีมอย่างมีนัยสำคัญ
- จาก 20 ประตูที่ยูไนเต็ดเสียไปในซีซั่นนี้ มีถึง 15 ประตูที่เกิดขึ้น ตอนกาเซมีโร่ไม่อยู่ในสนาม
- เกมที่เขาเล่นครบ 90 นาที มีอัตราคลีนชีตสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 30%
นักเตะในทีมยอมรับว่า เขาคือ “มาตรฐานของมืออาชีพ” ทั้งเรื่องวินัย ทัศนคติ และความพร้อมในทุกสถานการณ์
เว็บไซต์ UFA777 เว็บแทงบอล วิเคราะห์ว่า เกมของยูไนเต็ดมี “สมดุล” ทันทีเมื่อมีเบอร์ 6 ที่คุมจังหวะเกมได้จริง ซึ่งในทีมตอนนี้ ยังไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าเขา
ตารางสรุป 4 ปีของกาเซมีโร่ในยูไนเต็ด
| ฤดูกาล | บทบาทหลัก | ผลลัพธ์เด่น | สถานะในทีม |
| 2022–23 | ตัวหลักแดนกลาง | แชมป์คาราบาว คัพ, UCL | นักเตะทรงอิทธิพล |
| 2023–24 | สู้กับระบบเพรสซิ่ง | แชมป์ FA คัพ (ปลายฤดูกาล) | ตกเป็นแพะหลายเกม |
| 2024–25 | สำรองยุคอโมริม | ฟื้นตัวท้ายซีซั่น | กลับมายึดตัวจริง |
| 2025–26 | ผู้นำเงียบในแดนกลาง | สถิติทีมดีขึ้นเมื่อเขาอยู่ | ยังเป็นตัวเลือกหลักแม้อายุ 33 |
บทสรุป: คลาสไม่ใช่เรื่องชั่วคราว
กาเซมีโร่ไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์อะไรกับใคร เขาแค่แสดงให้เห็นว่าการจะเป็น “นักเตะระดับโลก” มันไม่ได้ขึ้นกับแค่ฟอร์มในสนาม แต่ขึ้นกับ ทัศนคติในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามใจ
เขาอาจไม่เร็วเท่าเดิม ไม่ดุดันแบบตอนอยู่มาดริด แต่เขารู้ว่าวันนี้ทีมต้องการอะไร และเขาทำหน้าที่นั้นได้โดยไม่ต้องออกสื่อ
จากคำสบประมาท ว่าเป็นดีลล้มเหลว หรือของหมดอายุ วันนี้ กาเซมีโร่ ยังคงอยู่ในทีม และกลายเป็น แบบอย่างของมืออาชีพ ให้กับรุ่นน้อง
เหมือนกับที่นักวิเคราะห์ของ UFA777 สรุปไว้ว่า “ในยุคที่ฟุตบอลเปลี่ยนเร็ว แต่อุดมการณ์ยังคงเดิม คนอย่างกาเซมีโร่คือสิ่งที่คุณอยากมีในทีม…เสมอ”