England ต้องปรับอะไร ก่อนดวล Ireland ศึก Six Nations 2026?

อังกฤษต้องปรับทั้งโครงสร้างเกมรุกและการจัดตัวหลัก ก่อนพบไอร์แลนด์ที่ Twickenham หลังสถิติชนะ 12 นัดถูกสกอตแลนด์หยุดไว้ที่ Murrayfield ด้วยสกอร์ 31-20 เกมดังกล่าวสะท้อนปัญหาการรับลูกโด่ง การแท็กเกิลหลุด และจังหวะปิดสกอร์ที่ขาดความเฉียบคม สตีฟ บอร์ธวิคจึงเผชิญแรงกดดันในการเลือกผู้เล่นให้ตอบโจทย์เกมบังคับชนะ

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่คะแนน แต่กระทบความเชื่อมั่นและโครงสร้างทีมที่ยึดชุดเดิมมาตลอดช่วงออทัมน์ การวิเคราะห์แท็กติกในมุมมองนักลงทุนกีฬาอย่างผู้ใช้งาน UFA777 และ UFA777 เว็บแทงบอล จะเห็นชัดว่า อังกฤษต้องเพิ่มความแม่นยำในเกมอากาศและลดจังหวะเสียเทิร์นโอเวอร์ หากยังยึดระบบเตะกดดัน (kicking game) ปีกต้องรับผิดชอบพื้นที่ลึกและแย่งบอลกลางอากาศให้ได้มากกว่าเดิม

ประเด็นเร่งด่วนก่อนพบไอร์แลนด์

  • ปรับสมดุลแบ็กโรว์ให้เกมรับกลับมาแข็งแรง
  • แก้ปัญหาเกมอากาศที่เสียเปรียบสกอตแลนด์
  • จัดการตำแหน่งฟลายฮาล์ฟและตัวสำรองให้เหมาะกับรูปเกม

จากภาพรวมนี้ คำถามใหญ่จึงเริ่มที่ตำแหน่งปีกและเซ็นเตอร์

 

ปีกและเซ็นเตอร์: ใครควรได้โอกาสตัวจริง?

 

ปีกและเซ็นเตอร์: ใครควรได้โอกาสตัวจริง?

อังกฤษควรพิจารณาสลับตำแหน่ง Tommy Freeman กลับไปเล่นปีก เพื่อแก้ปัญหาเกมอากาศทันที Freeman มีสถิติแย่งลูกกลางอากาศโดดเด่นและเคยเล่นฝั่งซ้ายในเกมชนะไอร์แลนด์ปี 2024 ขณะที่ Henry Arundell พ้นโทษแบนแต่ฟอร์มล่าสุดทำให้ตำแหน่งยังไม่มั่นคง

Ollie Lawrence หายเจ็บเข่ากลับมาพร้อมความฟิตเต็มร้อย เขาเล่นตำแหน่ง 13 ได้เป็นธรรมชาติ การส่ง Lawrence ยืนเซ็นเตอร์จะเปิดทางให้ Freeman กลับสู่ปีกขวา ส่วน Elliot Daly ยังเป็นตัวเลือกที่ให้ความยืดหยุ่น ทั้งเกมรุกและการเตะไกล การตัดสินใจนี้ส่งผลต่อโครงสร้างเกมเตะยาวที่บอร์ธวิคใช้เป็นแกนหลัก หากเลือกเน้น aerial battle นักวิเคราะห์จาก UFA777 เว็บแทงบอล จะประเมินว่า Freeman และ Freddie Steward คือกุญแจหลักในพื้นที่ลึก

เปรียบเทียบตัวเลือกปีก

ผู้เล่น จุดเด่น ความเสี่ยง
Tommy Freeman เกมอากาศแข็งแรง ยังพัฒนาเกมรับตำแหน่ง 13
Henry Arundell ความเร็วสูง วินัยเกมรับ
Elliot Daly เตะไกลแม่น ความต่อเนื่องฟอร์ม
Cadan Murley จบสกอร์เฉียบ ประสบการณ์ Six Nations จำกัด

หากอังกฤษยังยึดระบบเตะกดดัน การเลือก “ปีกที่แย่งบอลได้” สำคัญกว่าปีกสายสปีด ต่อไปคือโจทย์ใหญ่ในแดนหน้า

 

แบ็กโรว์: ควรยึดสูตรเดิมหรือเปลี่ยนโครงสร้าง?

อังกฤษควรพิจารณาให้ Tom Curry กลับมาเป็นตัวจริง เพื่อเพิ่มความแน่นในเกมรับทันที เกมกับสกอตแลนด์เผยจุดอ่อนเมื่อ Sam Underhill พลาดแท็กเกิลสำคัญในจังหวะนำไปสู่การทำแต้มของ Ben White แม้ Ben Earl ยังทำผลงานแบกบอลได้โดดเด่น แต่สมดุลโดยรวมลดลง

Guy Pepper และ Underhill เคยสร้างผลงานดีในช่วงออทัมน์ แต่ฟอร์มล่าสุดไม่ถึงมาตรฐานเดิม บอร์ธวิคมักเลือกแบ็กโรว์เป็น “ยูนิต” มากกว่าดูรายบุคคล การใช้ Curry กับ Henry Pollock ตั้งแต่ต้นเกมจะเพิ่มพลังปะทะและประสบการณ์ โดยเฉพาะเมื่อไอร์แลนด์มีปัญหาเกมหน้าในบางช่วงที่พบฝรั่งเศสและอิตาลี มุมมองของนักวิเคราะห์ UFA777 มองว่า หากอังกฤษเพิ่มแรงกดดันในจุด breakdown จะลดความเร็วเกมรุกของไอร์แลนด์ได้ชัดเจน

โครงสร้างแบ็กโรว์ที่เป็นไปได้

  • เริ่มเกม: Curry – Pollock – Earl
  • ตัวปิดเกม: Underhill เป็น impact tackler
  • ปรับ bench เป็น 6-2 เพื่อเสริมกำลังแดนหน้า

การจัดสมดุลนี้จะกำหนดจังหวะครึ่งหลัง ซึ่งนำไปสู่คำถามสุดท้ายที่ตำแหน่งฟลายฮาล์ฟ

 

Smith vs Smith: ใครเหมาะกับบทบาทสำรอง?

Marcus Smith เหมาะกับบทบาท game-changer จากม้านั่งสำรองมากกว่า Fin Smith ในเกมนี้ Marcus มีความสามารถเล่นฟูลแบ็กได้และสร้างจังหวะพลิกเกม ขณะที่ George Ford ยังเป็นตัวจริงจากผลงานออทัมน์ แม้พลาดดรอปโกลสำคัญกับสกอตแลนด์

Fin Smith มีจุดแข็งที่การคุมเกมตั้งแต่เริ่มต้น เขาเคยออกสตาร์ท 4 เกมใน Six Nations ปีก่อน การเลือกตัวสำรองจึงขึ้นกับโครงสร้างม้านั่ง หากใช้ 6-2 (กองหน้า 6 แบ็ก 2) Marcus จะได้เปรียบเพราะเล่นได้หลายตำแหน่ง นักเดิมพันที่ติดตามผ่าน UFA777 เว็บแทงบอล จะประเมินความเปลี่ยนแปลงอัตราต่อรองจากรายชื่อสำรองทันที เพราะความยืดหยุ่นแท็กติกมีผลต่อสกอร์ช่วงท้ายเกม

เปรียบเทียบคุณสมบัติ

  • Marcus Smith: สร้างเกมเร็ว, เล่นหลายตำแหน่ง, เปลี่ยนโมเมนตัมได้
  • Fin Smith: คุมจังหวะนิ่ง, เหมาะเริ่มเกม, วินัยแท็กติกสูง

การเลือกของบอร์ธวิคจึงไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์ม แต่เป็นการกำหนดภาพรวมเกม 80 นาทีเต็ม

 

บทสรุป

อังกฤษเข้าสู่เกมพบไอร์แลนด์ด้วยแรงกดดันสูงหลังแพ้สกอตแลนด์ ปัญหาหลักอยู่ที่เกมอากาศ สมดุลแบ็กโรว์ และการจัดตัวสำรอง การคืนตำแหน่งปีกให้ Freeman การดัน Curry เป็นตัวจริง และการใช้ Marcus Smith เป็นตัวเปลี่ยนเกม อาจเป็นคำตอบที่สร้างความแตกต่าง หากบอร์ธวิคปรับจุดเหล่านี้ได้ อังกฤษยังมีศักยภาพกลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ Six Nations 2026 ได้อีกครั้ง