13 ปีหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมไปแล้ว 10 คน แต่ไม่เคยคืนฟอร์มระดับแชมป์เหมือนเดิมได้สำเร็จ นั่นไม่ใช่แค่เพราะตัวโค้ชไม่ดี แต่เพราะระบบสนับสนุนที่ยังไม่ชัดเจน
UFA777 วิเคราะห์ว่า ปัญหาหลักไม่ใช่ “ใครควรคุมทีม” แต่คือ “โค้ชคนนั้นจะทำงานได้แค่ไหน” เมื่อบทบาท, อำนาจ และโครงสร้างสนับสนุนยังเบลอเหมือนเดิม

โครงสร้างหลังบ้านยังเป็นปัญหาหลัก
แมนฯ ยูไนเต็ดหลังยุคเฟอร์กี้ มีการเปลี่ยนโครงสร้างหลายครั้ง แต่ไม่เคยชัดเจนว่าโค้ชจะทำหน้าที่ในฐานะ Head Coach หรือ Manager แบบเบ็ดเสร็จ สิ่งนี้ทำให้โค้ชแต่ละคนมีอำนาจไม่เท่ากันในการบริหารทีม
|
ปัญหาเชิงโครงสร้าง |
ผลกระทบต่อโค้ช |
| เส้นแบ่งบทบาทไม่ชัด | โค้ชไม่รู้ว่าคุมแค่ในสนามหรือทั้งทีม |
| อำนาจซื้อขายสลับกันไป | บางยุคโค้ชเลือกนักเตะไม่ได้เลย |
| ฝ่ายบริหารไม่กลมเกลียว | การเสริมทีมขาดเป้าหมายร่วม |
UFA777 เว็บแทงบอล มองว่าการจัดทีมไม่ชัดเจนแบบนี้ทำให้การพัฒนาแบบระยะยาวเกิดไม่ได้ และยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของทั้งโค้ชและนักเตะ
บทเรียนจากโค้ช 10 คน: ล้มเหลวซ้ำซากด้วยเหตุผลเดิม
ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ยูไนเต็ดใช้โค้ชถึง 10 คน แต่ละคนมีแนวทางต่างกันสุดขั้ว ทว่าเกือบทุกคนจบลงด้วยความล้มเหลว ไม่ใช่เพราะฝีมือ แต่เพราะถูกจับวางผิดบทบาท หรือไม่ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม
ตัวอย่างสำคัญ
- เดวิด มอยส์ : ถูกดันเป็นผู้สืบทอดเฟอร์กี้ แต่ไม่ได้รับระบบคอยสนับสนุน
- หลุยส์ ฟาน กัล : โค้ชมีปรัชญาแต่ถูกจำกัดอำนาจในสโมสร
- โชเซ่ มูรินโญ่ : ต้องการอิสระเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้รับตามที่ต้องการ
- โอเล่ กุนนาร์ โซลชา : เข้าใจ DNA สโมสร แต่ขาดกลยุทธ์และความสม่ำเสมอ
- เอริค เทน ฮาก : ต้องการระบบแบบอาแจ็กซ์ แต่ยูไนเต็ดไม่มีให้
- รูเบน อโมริม : มีแท็กติกแข็งแรง แต่ไม่สามารถประสานงานกับฝ่ายบริหารได้
โครงสร้างไม่ชัด = โค้ชทำงานไม่ได้เต็มศักยภาพ = ทีมล้มเหลว
แนวทางใหม่: โค้ชแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับแมนยู?
UFA777 วิเคราะห์จากบทเรียนเก่าแล้วเสนอว่า โค้ชใหม่ของแมนยูควรมีคุณสมบัติ 4 ข้อหลักต่อไปนี้:
1. รับบท Head Coach เต็มตัว
เน้นพัฒนาทีมในสนาม ไม่เข้าไปควบคุมการซื้อขาย หรือโครงสร้างเบื้องหลังมากเกินไป
2. ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารได้
ต้องเปิดรับข้อมูล วิเคราะห์ร่วม และยอมรับการตัดสินใจร่วมจากทีมงาน
3. ยืดหยุ่นในแท็กติก
เลือกแนวทางการเล่นที่เหมาะกับทรัพยากรในมือ ไม่ยึดติดแผนตายตัว
4. โฟกัสผลงานจริง ไม่ใช่ภาพลักษณ์
ทีมต้องมีพัฒนาการที่จับต้องได้ เช่น การติดท็อป 4 ฟอร์มการเล่นที่มั่นคง ไม่ใช่แค่คำอธิบายลอย ๆ
โค้ชที่มีแต่ชื่อเสียง แต่ไม่เข้าใจระบบแบบยูไนเต็ด จะล้มเหลวแบบเดิมซ้ำอีกแน่นอน
เสียงเตือนจากอดีต: โรนัลโด้พูดถึงปัญหาไว้ล่วงหน้า
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยเปรียบสโมสรกับ “อควาเรียม” ที่ปลายปี 2024:
“ถ้าปลาในอควาเรียมป่วย แค่เอาออกไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าน้ำยังสกปรก มันก็จะป่วยอีก”
นี่คือคำเตือนที่ชัดเจนว่า สโมสรต้องจัดการระบบพื้นฐานก่อน ถ้ายังใช้ระบบแบบเดิม กุนซือคนต่อไปก็อาจกลายเป็นเหยื่อรายใหม่
บทบาทโค้ชกับความคาดหวังในฤดูกาลหน้า
ฤดูร้อน 2026 กำลังจะมาถึง และแมนยูต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าจะวางอนาคตไว้กับใคร หลังจากใช้โค้ชชั่วคราวอย่าง โซลชา, ฟาน นิสเตลรอย หรือ คาร์ริค มาคุมทีมช่วงสั้น
สิ่งที่พวกเขาต้องเข้าใจคือ…
- ไม่ใช่ชื่อเสียงของโค้ชที่สำคัญที่สุด
แต่คือความเหมาะสมกับ “โครงสร้างที่มีอยู่” - ไม่ใช่แค่การเล่นแบบมีดีเอ็นเอ
แต่คือต้องมีวิธีการเล่นที่พัฒนาทีมจริง และสร้างผลลัพธ์ในสนาม
UFA777 มองว่า แมนยูควรหากุนซือที่ “พร้อมทำงานในข้อจำกัด” มากกว่า “พยายามเปลี่ยนทุกอย่าง” เพราะโมเดลบริหารแบบนี้คือความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ
สรุป
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการมากกว่าการเปลี่ยนกุนซือ พวกเขาต้องการความชัดเจนในบทบาท และต้องเลือกโค้ชที่เข้าใจระบบมากกว่าต้องการควบคุมมัน
หากยังเลือกผิดคน หรือยังคงปล่อยให้โครงสร้างง่อนแง่นแบบเดิม รายชื่อโค้ชคนต่อไป ก็จะถูกบันทึกเป็นเพียง “อีกหนึ่งบทเรียน” ในห่วงโซ่ความล้มเหลวของทีมเท่านั้น